TOP

Areeya Property PLC.
คำอธิบายและการวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ

1. ข้อมูลทั่วไป

บริษัทได้เริ่มก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2543 ต่อมาในปี 2546 บริษัทได้แปลงสภาพเป็นบริษัทมหาชนและได้นำหุ้นเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในปี 2547 นอกจากนี้บริษัทได้จัดตั้งบริษัทย่อยเพื่อประกอบธุรกิจที่แตกต่างกันในปีต่างๆ ดังนี้

  • ในปี 2547 บริษัทได้จัดตั้งบริษัทย่อย (บริษัท อารียา เซอร์วิส จำกัด) โดยมีสัดส่วนในการถือหุ้นร้อยละ 99.99 เพื่อดำเนินธุรกิจบริการหลังการขายด้านอสังหาริมทรัพย์
  • ในปี 2550 บริษัทได้จัดตั้งบริษัทย่อย (บริษัท วัน อัพ จำกัด) โดยมีสัดส่วนการถือหุ้นร้อยละ 64.99 เพื่อดำเนินธุรกิจรับเหมาก่อสร้างสำหรับโครงการอารียาและลูกค้าภายนอก
  • ในปี 2551 บริษัทได้ซื้อหุ้นร้อยละ 35 ในบริษัทย่อยแห่งหนึ่ง (บริษัท วัน อัพ จำ กัด) จากผู้ถือหุ้นเดิม ทำให้สัดส่วนการถือหุ้นเปลี่ยนเป็นร้อยละ 99.99
  • ในปี 2551 บริษัทได้จัดตั้งบริษัทย่อย 2 บริษัท โดยมีสัดส่วนในการถือหุ้นร้อยละ 99.99 ประกอบด้วย
    • บริษัท อารียา แมนเนจเม้นต์ จำกัด เพื่อดำเนินธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และบริหารนิติบุคคลอาคารชุด
    • บริษัท คูลสเปซ จำกัด เพื่อดำเนินธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์
  • ในปี 2552 บริษัทได้จัดตั้งบริษัทย่อยเพิ่มอีก 1 บริษัท โดยมีสัดส่วนในการถือหุ้นร้อยละ 99.99 คือ บริษัท ไวต์ลิฟวิง จำกัด เพื่อดำเนินธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์
  • ในปี 2553 บริษัทได้จัดตั้งบริษัทย่อยเพิ่มอีก 1 บริษัท โดยมีสัดส่วนในการถือหุ้นร้อยละ 99.99 คือ บริษัท ชิลล์สเปซ จำกัด เพื่อดำเนินธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์
  • ในปี 2557 บริษัทได้จัดตั้งบริษัทย่อยเพิ่มอีก 1 บริษัท โดยมีสัดส่วนในการถือหุ้นร้อยละ 99.97 คือ บริษัท อารียา คอนวิเนียน สโตร์ จำกัด เพื่อดำเนินการด้านธุรกิจค้าปลีก

บริษัทเริ่มดำเนินธุรกิจด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ประเภทจัดสรรที่ดินเพื่อขายและรับจ้างปลูกสร้างบ้านซึ่งเป็นโครงการบ้านเดี่ยวทั้งหมด ต่อมาในปี 2548 บริษัทเริ่มขายบ้านสร้างก่อนขาย ทั้งบ้านเดี่ยวและทาวน์เฮ้าส์ 3 และ 4 ชั้น และในปี 2549-2554 บริษัทได้เพิ่มสินค้าหลัก อีก 2 ประเภท คือ คอนโดมิเนียมตกแต่งพร้อมอยู่ และทาวน์เฮ้าส์ 2 ชั้น ตกแต่งพร้อมอยู่ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าในตลาด

นอกจากนี้ ในปี 2556 บริษัทได้เริ่มดำเนินธุรกิจคอมมิวนิตี้มอลล์ แถวสุขุมวิท 77 ชื่อว่า พิคคาเดลี่ แบงค็อก และในปี 2558 ได้เปิดอีกแห่ง ชื่อ ไลฟ์สไตล์คลับ (Life Style Club) อยู่ย่านเกษตร-นวมินทร์

2. สรุปภาพรวมและการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ

ในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557 ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2557 มีมติอนุมัติการออกและเสนอขายหุ้นกู้ทุกประเภท ชนิดระบุชื่อผู้ถือหรือไม่ระบุชื่อ มีหรือไม่มีหลักประกัน มีหรือไม่มีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ หุ้นกู้ด้อยสิทธิหรือไม่ด้อยสิทธิ วงเงินรวมไม่เกิน 3,000 ล้านบาท โดยจะออกและเสนอขายเพียงชุดเดียวหรือหลายชุดในคราวเดียวกัน หรือหลายครั้งก็ได้

ในวันที่ 10 กันยายน 2557 ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 9/2557 มีมติอนุมัติจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท อารียา คอนวีเนียน สโตร์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยในประเทศไทยและมีทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท โดยมีวัตถูประสงค์เพื่อทำธุรกิจ ค้าปลีก

ในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558 ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2558 มีมติอนุมัติการออกและเสนอขายหุ้นกู้ทุกประเภท ชนิดระบุชื่อผู้ถือหรือไม่ระบุชื่อ มีหรือไม่มีหลักประกัน มีหรือไม่มีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ หุ้นกู้ด้อยสิทธิหรือไม่ด้อยสิทธิ วงเงินรวมไม่เกิน 2,000 ล้านบาท โดยจะออกและเสนอขายเพียงชุดเดียวหรือหลายชุดในคราวเดียวกัน หรือหลายครั้งก็ได้

ในวันที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2558 ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นของบริษัท มีมติอนุมัติการเพิ่มทุนจดทะเบียนของบริษัท จำนวน 220,000,000 บาท จากเดิมทุนจดทะเบียน 980,000,000 ล้านบาท เป็น 1,200,000,000 บาท มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท

ในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2559 ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2559 มีมติอนุมัติการออกและเสนอขายหุ้นกู้

ทุกประเภท ชนิดระบุชื่อผู้ถือหรือไม่ระบุชื่อ มีหรือไม่มีหลักประกัน มีหรือไม่มีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ หุ้นกู้ด้อยสิทธิหรือไม่ด้อยสิทธิ วงเงินรวมไม่เกิน 3,000 ล้านบาท โดยจะออกและเสนอขายเพียงชุดเดียวหรือหลายชุดในคราวเดียวกัน หรือหลายครั้งก็ได้

ในวันที่ 5 ตุลาคม 2559 บริษัทได้ออกจำหน่ายหุ้นกู้จำนวน 1,000 ล้านบาท (จำนวน 1,000,000 หน่วย หน่วยละ 1,000 บาท) เป็นหุ้นกู้ชนิดระบุชื่อผู้ถือ ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน และไม่มีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ ครบกำหนดไถ่ถอนปี พ.ศ. 2563 ทั้งนี้บริษัทสามารถไถ่ถอนได้ก่อนครบกำหนด

ในวันที่ 20 ตุลาคม 2559 บริษัทได้ออกจำหน่ายหุ้นกู้จำนวน 646.8 ล้านบาท (จำนวน 646,800 หน่วย หน่วยละ 1,000 บาท) เป็นหุ้นกู้ชนิดระบุชื่อผู้ถือไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน และไม่มีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ ครบกำหนดไถ่ถอนปี พ.ศ. 2562

ในวันที่ 20 ธันวาคม 2559 ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 2/2559 มีมติอนุมัติการออกและเสนอขายหุ้นกู้ทุกประเภทชนิดระบุชื่อผู้ถือหรือไม่ระบุชื่อ มีหรือไม่มีหลักประกัน.มีหรือไม่มีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ หุ้นกู้ด้อยสิทธิหรือไม่ด้อยสิทธิ วงเงินรวมไม่เกิน 5,000 ล้านบาท โดยจะออกและเสนอขายเพียงชุดเดียวหรือหลายชุดในคราวเดียวกัน หรือหลายครั้งก็ได้

ณ วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2559 บริษัทมีโครงการที่เปิดดำเนินการจำนวน 49 โครงการ และมีอีก 2 โครงการที่เป็นคอมมูนิตี้มอลล์ รวมทั้งสิ้น 51 โครงการ ดังนี้

ลำดับ โครงการ

ที่ตั้ง

ประเภทสินค้า
1. อารียา บุษบา ลาดพร้าว 130 บ้านเดี่ยว
2. อารียา สวนา 3 เกษตร-นวมินทร์ บ้านเดี่ยว
3. อารียา เมทโทร เกษตร-นวมินทร์ บ้านเดี่ยว
4. อารียา โคโม่ บางนา บางนา บ้านเดี่ยว
5. เดอะ วิลเลจ แจ้งวัฒนะ-ติวานนท์ แจ้งวัฒนะ-ติวานนท์ บ้านเดี่ยว/บ้านแฝด
6. อารียา โคโม่ บางนา-วงแหวนฯ บางนา บ้านเดี่ยว
7. อารียา โคโม่ วงแหวน-รามอินทรา หทัยราษฎร์ บ้านเดี่ยว
8. เดอะวิลเลจ คอทเทจ กาญจนาภิเษก-ราชพฤกษ์ ไทรน้อย บ้านเดี่ยว
9. อารียา ดอนเมือง สรงประภา ดอนเมือง - สรงประภา บ้านเดี่ยว
10. อารียา โคโม่ ลาดกระบัง - สุวรรณภูมิ ลาดกระบัง - สุวรรณภูมิ บ้านเดี่ยว
11. อารียา โคโม่ วงแหวน - ราชพฤกษ์ บางบัวทอง บ้านเดี่ยว
12. แอทโฮม เกษตร - นวมินทร์ ทาวน์เฮ้าส์
13. เดอะ คัลเลอร์ แจ้งวัฒนะ-ติวานนท์ แจ้งวัฒนะ - ติวานนท์ ทาวน์เฮ้าส์
14. อารียาทูบี ลาดปลาเค้า ทาวน์เฮ้าส์
15. อารียา เดลี่ เกษตร - นวมินทร์ ทาวน์เฮ้าส์
16. เดอะ คัลเลอร์ส พรีเมี่ยม บางนา บางนา ทาวน์เฮ้าส์
17. เดอะ คัลเลอร์ส บางนา ก.ม.10 บางนา ทาวน์เฮ้าส์
18. เดอะ วิลเลจ บางนา กม.10 บางนา ทาวน์เฮ้าส์
19. เดอะ คัลเลอร์ส เลชเชอร์ บางนา ก.ม. 8 บางนา ทาวน์เฮ้าส์
20. เดอะ คัลเลอร์ส เลชเชอร์ บางนา ก.ม. 10 บางนา ทาวน์เฮ้าส์
21. เดอะคัลเลอร์ส บางนา - วงแหวนฯ บางนา ทาวน์เฮ้าส์
22. เดอะคัลเลอร์ส พรีเมี่ยม บางนา - วงแหวนฯ บางนา ทาวน์เฮ้าส์
23. เดอะวิลเลจ บางนา - วงแหวนฯ บางนา ทาวน์เฮ้าส์
24. เดอะ คัลเลอร์ส พรีเมี่ยม รังสิต - ลำลูกกา รังสิต ทาวน์เฮ้าส์
25. อารียา แมนดารีน่า สุขุมวิท 77 สุขุมวิท 77 ทาวน์เฮ้าส์
26. เดอะ คัลเลอร์ส ดอนเมือง-สรงประภา เฟส 1 ดอนเมือง-สรงประภา ทาวน์เฮ้าส์
27. อารียา บริกก์ ดอนเมือง - สรงประภา ดอนเมือง-สรงประภา ทาวน์เฮ้าส์
28. เดอะวิลเลจ กาญจนาภิเษก - ราชพฤกษ์ ไทรน้อย ทาวน์เฮ้าส์
29. เดอะคัลเลอร์ส พรีเมี่ยม กาญจนาภิเษก – ราชพฤกษ์ ไทรน้อย ทาวน์เฮ้าส์
30. เดอะคัลเลอร์ส กาญจนาภิเษก - ราชพฤกษ์ ไทรน้อย ทาวน์เฮ้าส์
31. เดอะคัลเลอร์ส พรีเมี่ยม วงแหวน - รามอินทรา หทัยราษฎร์ ทาวน์เฮ้าส์
32. เดอะคัลเลอร์ส วงแหวน - รามอินทรา หทัยราษฎร์ ทาวน์เฮ้าส์
33. เดอะ คัลเลอร์ส พรีเมี่ยม วงแหวน - ราชพฤกษ์ บางบัวทอง ทาวน์เฮ้าส์
34. เดอะคัลเลอร์ส วงแหวน – ราชพฤกษ์ บางบัวทอง ทาวน์เฮ้าส์
35. เดอะ คัลเลอร์ส พรีเมี่ยม กาญจนาภิเษก – ราชพฤกษ์ 2 ไทรน้อย ทาวน์เฮ้าส์
36. เอ สเปซ อโศก – รัชดา อโศก - รัชดา คอนโดมิเนียม
37. เอ สเปซ เกษตร เกษตร - นวมินทร์ คอนโดมิเนียม
38. เอ สเปซ เพลย์ รัชดา - สุทธิสาร รัชดา - สุทธิสาร คอนโดมิเนียม
39. เอ สเปซ สุขุมวิท 77 สุขุมวิท 77 คอนโดมิเนียม
40. เอ สเปซ มี สุขุมวิท 77 สุขุมวิท 77 คอนโดมิเนียม
41. เอ สเปซ มี บางนา บางนา คอนโดมิเนียม
42. เอ สเปซ ไอ.ดี. อโศก - รัชดา อโศก - รัชดา คอนโดมิเนียม
43. เอ สเปซ มี รัตนาธิเบศร์ รัตนาธิเบศร์ คอนโดมิเนียม
44. Pickadaily Bangkok สุขุมวิท 77 คอมมิวนิตี้ มอลล์
45. Life Style Club เกษตร - นวมินทร์ คอมมิวนิตี้ มอลล์
46. อารียา บริกก์ รังสิต - ลำลูกกา รังสิต ทาวน์เฮ้าส์
47. เดอะคัลเลอร์ส รังสิต - คลอง 4 รังสิต ทาวน์เฮ้าส์
48. เดอะวิลเลจ บางนา – วงแหวนฯ 2 บางนา ทาวน์เฮ้าส์
49. เดอะวิลเลจ กาญจนาภิเษก - ราชพฤกษ์ 2 ไทรน้อย ทาวน์เฮ้าส์
50. เดอะเพลส กาญจนาภิเษก - ราชพฤกษ์ 2 ไทรน้อย ทาวน์เฮ้าส์
51. เดอะคัลเลอร์ส กาญจนาภิเษก-ราชพฤกษ์ 2 ไทรน้อย ทาวน์เฮ้าส์

3. ผลการดำเนินงานที่ผ่านมา

  • รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์
  • รายได้ของบริษัทประกอบด้วยรายได้จากการขายที่ดินและบ้าน ซึ่งรับรู้เมื่อได้รับชำระครบถ้วนตามสัญญาจะซื้อจะขายและได้โอนกรรมสิทธิ์ให้กับผู้ซื้อแล้ว และรายได้จากการรับจ้างสร้างบ้าน ซึ่งรับรู้รายได้ตามสัดส่วนของงานที่ทำเสร็จ โดยรายได้ส่วนใหญ่ของบริษัทมาจากการขายที่ดินและบ้าน

    ตารางรับรู้รายได้ในปี 2559, 2558 และปี 2557 ของบริษัท โดยแยกตามประเภทของอสังหาริมทรัพย์

    ประเภท ขาย
    2559 2558 2557
    หน่วย ล้านบาท หน่วย ล้านบาท หน่วย ล้านบาท
    คอนโด 491 1,030 354 566 152 264
    บ้านเดี่ยว 161 780 134 616 89 443
    ทาวน์เฮ้าส์/บ้านแฝด 1,205 3,075 1,267 3,262 749 2,020
    ที่ดิน - - - - - -
    ยอดรวม 1,857 4,885 1,755 4,444 990 2,727
    % เพิ่มขึ้น (ลดลง) จากปีก่อน 6% 10% 77% 63% -25% -22%

    ประเภท โอน
    2559 2558 2557
    หน่วย ล้านบาท หน่วย ล้านบาท หน่วย ล้านบาท
    คอนโด 636 1,330 631 762 37 46
    บ้านเดี่ยว 139 686 56 372 26 171
    ทาวน์เฮ้าส์/บ้านแฝด 1,032 2,627 1,189 3,054 732 2,066
    ที่ดิน - - 2 1,210 1 154
    ยอดรวม 1,807 4,643 1,878 5,398 796 2,437
    % เพิ่มขึ้น (ลดลง) จากปีก่อน -4% -14% 136% 122% 36% 39%

    คอนโดมิเนียม สำหรับปี 2559 ยอดขายคอนโดมิเนียมเพิ่มขึ้นจากปี 2558 อย่างมีสาระสำคัญเนื่องมาจากมี 2 โครงการใหม่เพิ่มขึ้นในปี 2559 บวกกับการปรับราคาขายขึ้นเนื่องจากพ้นช่วง pre-sale

    ในปี 2559 บริษัทมียอดรับรู้รายได้ของ เอ สเปซ มี สุขุมวิท 77 และ เอ สเปซ มี บางนา ซึ่งต่อเนื่องมาจากปี 2558 และมีโครงการใหม่ที่แล้วเสร็จ และพร้อมส่งในปีนี้คือ เอ สเปซ ไอ.ดี. อโศก-รัชดา ซึ่งได้เริ่มโอนกรรมสิทธิ์ไตรมาสที่ 2 ปี 2559 มูลค่ารับรู้รายได้ของโครงการ เอ สเปซ มี บางนา, เอ สเปซ มี สุขุมวิท 77, เอ สเปซ ไอ.ดี. อโศก-รัชดา และ เอ สเปซ สุขุมวิท 77 ในปี 2559 เป็นมูลค่า 336 ล้านบาท, 346 ล้านบาท, 641 ล้านบาท และ 7 ล้านบาท ตามลำดับ

    ในปี 2558 ยอดขายและยอดรับรู้รายได้ของคอนโดมิเนียมเพิ่มขึ้นจากปี 2557 เนื่องมาจากบริษัทฯมีคอนโดมิเนียมแล้วเสร็จและพร้อมส่งมอบ จำนวน 2 โครงการ มูลค่าโครงการรวม 2,908 ล้านบาท มูลค่ารับรู้รายได้ 720 ล้านบาท

    ในปี 2557 ยอดขายคอนโดมิเนียมลดลงกว่าปี 2556 เนื่องจากภาวะทางการเมืองที่ยังไม่มีความแน่นอนในช่วงต้นปีถึงไตรมาส 3 บริษัทฯ จึงไม่ได้ทำการตลาดมากเท่าที่ควร ด้วยเหตุว่า ไม่มีความมั่นใจต่อผลตอบรับของตลาดคอนโดมิเนียม แต่หลังจากที่ภาวะการเมืองเริ่มคลี่คลาย ในไตรมาสที่ 4 และบริษัทฯ เริ่มมีความมั่นใจมากขึ้น จึงเริ่มเตรียมแผนการตลาดเพื่อเพิ่มยอดขายของคอนโดมิเนียมในไตรมาสที่ 1 ของปี 2558 สำหรับยอดรับรู้รายได้ในปี 2557 และปี 2556 ลดลงเนื่องมาจากโครงการต่างๆ นั้นอยู่ระหว่างการก่อสร้าง แต่ทว่าบริษัทฯ เร่งดำเนินการก่อสร้างเพื่อให้สามารถรับรู้รายได้ในปี 2558 ทั้งนี้มีคอนโดมิเนียม 2 แห่งที่จะแล้วเสร็จและสามารถส่งมอบได้ในไตรมาส 2 ของปี 2558 มูลค่าโครงการรวม 2,763 ล้านบาท ซึ่ง ณ วันที่ 31 ธ.ค. 2557 มี backlog 830 ล้านบาทหรือร้อยละ 70 ของมูลค่าโครงการ

    บ้านเดี่ยว ในปี 2559 บริษัทได้เปิดโครงการเพิ่มเติม 3 โครงการได้แก่ อารียา ดอนเมือง สรงประภา, อารียา โคโม่ ลาดกระบัง-สุวรรณภูมิ และอารียา โคโม่ วงแหวน-ราชพฤกษ์ มูลค่าโครงการรวม 916 ล้านบาท และรับรู้รายได้บางส่วนปี 2559 จำนวน 77 ล้านบาท และมีอีก 2 โครงการที่ได้เริ่มโอนในปลายปี 2558 ได้เล็กน้อยและโอนได้มากในปี 2559 ได้แก่ อารียา โคโม่ บางนา กม.10 และอารียา โคโม่ วงแหวน-รามอินทรา โดยมียอดโอนเพิ่มขึ้นจากปี 2558 จำนวน 422 ล้านบาท ดังนั้นจึงทำให้ในปี 2559 มีการรับรู้รายได้มากกว่าปี 2558

    ในปี 2557 บริษัทได้เปิดโครงการบ้านเดี่ยวรูปแบบใหม่ และรับรู้รายได้บางส่วนในช่วงปลายปี 2557 จำนวน 87 ล้านบาทหรือร้อยละ 25 ของทั้งโครงการ โดยมุ่งกลุ่มลูกค้าที่มีรายได้ปานกลางค่อนข้างสูง มากไปกว่านั้นปี 2558 บริษัทได้เปิดโครงการอีก 2 โครงการ มูลค่าโครงการรวม 1,248 ล้านบาท มูลค่าขาย 68 ล้านบาทและรับรู้รายได้รวมปี 2558 เท่ากับ 334 ล้านบาท

    ทาวน์เฮ้าส์ เป็นสินค้าหลักของบริษัท โดยมุ่งกลุ่มลูกค้าที่มีรายได้น้อยถึงปานกลางค่อนข้างสูง ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2559 มีโครงการทั้งหมดรวม 30 โครงการ มูลค่าโครงการรวม 15,059 ล้านบาท หรือจำนวน 5,579 หน่วย ซึ่งมีจำ นวนโครงการที่เริ่มโอนในปี 2559 จำนวน 9 โครงการมูลค่าขายรวม 4,260 ล้านบาท และรับรู้รายได้รวมสำหรับปี 2559 เท่ากับ 2,627 ล้านบาท

    • ต้นทุนขายอสังหาริมทรัพย์

      สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2559 มีต้นทุนขายอสังหาริมทรัพย์ลดลงจากปี 2558 ประมาณ ร้อยละ 23.91 (ต้นทุนขายปี 2559 จำนวน 3,056.22 ล้านบาท, ปี 2558 จำนวน 4,016.73 ล้านบาท) ซึ่งสาเหตุหลักจากการลดลงของต้นทุนขายอสังหาริมทรัพย์เกิดจากต้นทุนของการ ขายที่ดินจำนวน 862 ล้านบาท ซึ่งเกิดขึ้นในปี 2558 อย่างไรก็ตาม ไม่มีรายการขายที่ดินเกิดขึ้นในปี 2559 นี้ ดังนั้นเมื่อพิจารณาต้นทุนขายอสังหาริมทรัพย์เฉพาะส่วนที่เป็นของบ้านและคอนโดมีเนียม จะพบว่าต้นทุนจากการขายบ้านและคอนโดมีเนียมลดลงจากปีที่แล้วถึง 99 ล้านบาท เนื่องมาจากบริษัทมีการบริหารต้นทุนที่ดีขึ้นทำ ให้มีการรับรู้ต้นทุนจากการขายบ้านลดลง 317 ล้านบาท ส่วนต้นทุนของโครงการคอนโดมิเนียมมี มูลค่าที่รับรู้ต้นทุนขายเพิ่มจากปีก่อนประมาณ 218 ล้านบาท เนื่องจากได้เริ่มโอนกรรมสิทธิ์โครงการใหม่ในช่วงปลายปี 2558 และช่วงไตรมาส 2 ปี 2559 เพิ่มเติมจำนวน 2 โครงการ ได้แก่ เอ สเปซ มี สุขุมวิท 77 และ เอ สเปซ ไอ.ดี. อโศก - รัชดา

      ต้นทุนขายอสังหาริมทรัพย์ในปี 2558 เพิ่มขึ้นจากปี 2557 มากกว่าเท่าตัว เนื่องมาจากยอดรับรู้รายได้ของบริษัทเติบโตอย่างก้าวกระโดด ในช่วงไตรมาส 2 มีการปรับตัวของราคาวัสดุก่อสร้าง เพิ่มขึ้นโดยประมาณ ร้อยละ 1.0 ของมูลค่าโครงการ อีกทั้งมีการปรับคุณภาพของวัสดุที่ใช้ให้มีคุณภาพสูงขึ้น เพื่อให้ลูกค้าได้รับสินค้าที่มีคุณภาพสูงขึ้นและแข่งขันกับคู่แข่งได้ บริษัทจึงจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมในส่วนนี้ แต่ยังคงรักษาระดับราคาไว้อย่างเดิม

    • อัตรากำไรขั้นต้น

      บริษัทฯ มีกำไรขั้นต้นสำหรับปี 2559 จำนวน 1,587.03 ล้านบาท ปี 2558 จำนวน 1,381.29 ล้านบาท และปี 2557 จำนวน 805.48 ล้านบาท คิด เป็นร้อยละ 34.17, 25.61 และ 32.58 ตามลำดับ ซึ่งการเพิ่มขึ้นของอัตรากำไรขั้นต้นปี 2559 มีสาเหตุจากการที่บริษัทมีการปรับราคาขายสูงขึ้น ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นมาก และบริษัทมีการบริหารต้นทุนขายให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้สามารถเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้นได้ มากกว่าปี 2558 ซึ่งแนวโน้มในอนาคตบริษัทจะมีการบริหารต้นทุนขายให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้คาดว่าจะรักษาอัตรากำ ไรขั้นต้นได้เพิ่มสูงขึ้นอีกในอนาคต

    • กำไร(ขาดทุน) ที่ยังไม่เกิดขึ้นจากมูลค่ายุติธรรมของอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน

      ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2559 บริษัทมีขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจากมูลค่ายุติธรรมของอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนจำนวน 44.41 ล้านบาท บริษัทบันทึกอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนด้วยมูลค่ายุติธรรมซึ่งประเมินโดยผู้ประเมินราคาอิสระ โดยใช้เกณฑ์วิธีพิจารณาจากรายได้ (Income Approach) ตามรายงานของผู้ประเมินราคาลงวันที่ 5 มกราคม 2560 และ 3 กุมภาพันธ์ 2560

      สำหรับปี 2558 บริษัทมีขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจากมูลค่ายุติธรรมของอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนจำนวน 25.85 ล้านบาท บริษัทบันทึกอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนด้วยมูลค่ายุติธรรมซึ่งประเมินโดยผู้ประเมินราคาอิสระ โดยใช้เกณฑ์วิธีพิจารณาจากรายได้ (Income Approach) ตามรายงานของผู้ประเมินราคาลงวันที่ 30 ธันวาคม 2558

      ในปี 2557 บริษัทมีกำไรที่ยังไม่เกิดขึ้นจากมูลค่ายุติธรรมของอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนจำนวน 62.62 ล้านบาท ซึ่งอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนดังกล่าวเป็นศูนย์สรรพสินค้าโดยจัดแบ่งพื้นที่สำหรับให้เช่า ย่านสุขุมวิท บริษัทแสดงอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนด้วยมูลค่ายุติธรรมซึ่งประเมินโดยผู้ประเมินราคาอิสระโดยใช้เกณฑ์วิธีพิจารณาจากรายได้ (Income Approach) ข้อสมมติฐานหลักที่ใช้ในการประเมินราคาดังกล่าวประกอบด้วย อัตราการเช่าพื้นที่ อัตราการเพิ่มค่าเช่า อัตราคิดลด และอัตราผลตอบแทน นอกจากนั้นเป็นรายได้จากค่าเช่าและค่าบริการเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน และรายได้ประเภทอื่นๆ ของบริษัท

    • ค่าใช้จ่ายในการขาย
      ประเภท โอน
      2559 2558 2557
      ล้านบาท ยอดโอน % ต่อยอดโอน ล้านบาท ยอดโอน % ต่อยอดโอน ล้านบาท ยอดโอน % ต่อยอดโอน
      ค่าใช้จ่ายในการขาย 519.27 4,643.252 11.18% 535.84 4,187.92*** 12.79% 320.38 2,437.56 13.14%
      % เพิ่มขึ้น (ลดลง) จากปีก่อน (16.57%)   (3.09%) 215.56   67.30% 15.91   5.23%

      *** รายได้รวมสำหรับปี 2558 เท่ากับ 5,398.02 ล้านบาท ซึ่งรวมรายได้จากการขายที่ดินจำนวน 1,210.10 ล้านบาท เพื่อการเปรียบเทียบรายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์บ้านและห้องชุด ตัวเลขยอดโอนข้างต้นสำหรับปี 2558 จึงไม่รวมยอดรายได้จากการขายที่ดิน

      ค่าใช้จ่ายในการขายหลักของบริษัทและบริษัทย่อยประกอบด้วยค่าโฆษณา ประชาสัมพันธ์และค่าใช้จ่ายทางการตลาด และ ค่าธรรมเนียมการโอน กรรมสิทธิ์ ค่าภาษีธุรกิจเฉพาะ และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ตามตารางข้างต้นจะเห็นได้ว่าค่าใช้จ่ายในการขายเป็นไปในทิศทางเดียวกับยอดรับรู้รายได้จาก การขายอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์ ค่าภาษีธุรกิจเฉพาะ ประกอบกับในปี 2559 มีการเพิ่มค่าใช้จ่ายในการโฆษณา ประชาสัมพันธ์ โดยเฉพาะในส่วนของป้าย ค่าสื่อออนไลน์ และการจัด Event ต่างๆ ทำให้ค่าใช้จ่ายส่วนนี้เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว

      อย่างไรก็ดีในปี 2559 รัฐบาลได้ออกนโยบายลด ค่าธรรมเนียมการโอนจากร้อยละ 1 เหลือเพียงอย่างละร้อยละ 0.01 ในเดือนมกราคมถึงเมษายน 2559 ดังนั้นจึงทำให้ค่าใช้จ่ายในการขายโดยรวมสำหรับปี 2559 ลดลงแม้ว่าจะมียอดโอนเพิ่มขึ้นก็ตาม

      ส่วนค่าโฆษณา ประชาสัมพันธ์และค่าใช้จ่ายทางการตลาดอื่นๆ ลดลงเนื่องจากเน้นการทำการตลาดแนวราบแต่เพียงอย่างเดียว ซึ่งทำ ให้บริษัทสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายการขายและการตลาดได้ดี เนื่องจากมีความเชี่ยวชาญในตลาดและตัวสินค้า ทั้งนี้ในปี 2558 มีค่าใช้จ่ายการขายคอนโดมิเนียมเพิ่มขึ้นจากปีก่อน ซึ่งสัมพันธ์กับยอดขายและยอดรับรู้รายได้ด้วยเหตุว่าบริษัททำ การตลาดเพื่อขายและโอนของ 2 โครงการในช่วงปลายปี 2558

    • ค่าใช้จ่ายในการบริหาร
      ประเภท โอน
      2559 2558 2557
      ล้านบาท ยอดโอน % ต่อ ยอดโอน ล้านบาท ยอดโอน % ต่อ ยอดโอน ล้านบาท ยอดโอน % ต่อ ยอดโอน
      ค่าใช้จ่ายในการ
      บริหาร
      523.94 4,643.25 11.28% 436.04 4,187.92*** 10.41% 393.58 2,437.56 16.00%
      % เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 87.90   20.16% 42.46   10.79% 105.82   36.77%

      *** รายได้รวมสำหรับปี 2558 เท่ากับ 5,398.02 ล้านบาท ซึ่งรวมรายได้จากการขายที่ดินจำนวน 1,210.10 ล้านบาท เพื่อการเปรียบเทียบรายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์บ้านและห้องชุด ตัวเลขยอดโอนข้างต้นสำหรับปี 2558 จึงไม่รวมยอดรายได้จากการขายที่ดิน

      จากตารางข้างต้นจะเห็นว่าสำหรับปี 2559 มีค่าใช้จ่ายในการบริหารมากกว่าปี 2558 ประมาณร้อยละ 20.16 ส่วนใหญ่เกิดจากค่าใช้จ่ายพนักงาน และค่าบริหารงานเพิ่มขึ้น เพื่อให้สามารถรองรับกับงานที่เพิ่มขึ้นจากการขยายตัวของธุรกิจมากขึ้น อย่างไรก็ดีสัดส่วนค่าใช้จ่ายบริหารต่อยอดโอนไม่แตกต่างกันมากนักเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว

    • ต้นทุนทางการเงิน

      สำหรับปี 2559 บริษัทมีต้นทุนทางการเงินจำนวน 236.80 ล้านบาท ในขณะที่ปี 2558 มีจำนวน 166.34 ล้านบาทเพิ่มขึ้นร้อยละ 42.36 ส่วนใหญ่เกิดจากดอกเบี้ยหุ้นกู้เพิ่มขึ้น ซึ่งเกิดจากในเดือน ตุลาคม 2558 มีการออกหุ้นกู้เพิ่มขึ้น 1,000 ล้านบาท ในเดือนเมษายน 2559 มีการออกหุ้นกู้เพิ่มขึ้น 1,353.20 ล้านบาท (ในเดือนเมษายน 2559 มีการไถ่ถอนหุ้นกู้ที่ครบกำหนดจำนวน 511 ล้านบาท ในเดือนเดียวกัน) และในเดือนตุลาคม 2559 มีการออกหุ้นกู้เพิ่มขึ้น 646.80 ล้านบาท

      สำหรับปี 2558 บริษัทมีต้นทุนทางการเงินจำนวน 166.34 ล้านบาท และในปี 2557 มีต้นทุนทางการเงิน จำนวน 145.05 ล้านบาท คิดเป็นร้อย ละต่อยอดรับรู้รายได้คือ 3.08 และ 5.95 และ 5.21 ตามลำดับ การที่ต้นทุนทางการเงินสูงขึ้น ส่วนหนึ่งมาจากการที่บริษัทฯ เบิกเงินกู้โครงการน้อยลงแต่มาใช้แหล่งที่มาของเงินจากหุ้นกู้และ ตั๋วเงินระยะสั้น ซึ่งโดยวิธีนี้บริษัทฯ สามารถบันทึกต้นทุนทางการเงินเข้าเป็นต้นทุนโครงการอสังหาริมทรัพย์ได้เพียงบางส่วนตามมาตรฐานการบัญชีที่กำหนดโดยประมาณ ร้อยละ 60 ของต้นทุนเงินกู้ที่ออกโดยหุ้นกู้ ในปี 2558 มีการออกหุ้นกู้ 2,000 ล้านบาท และปี 2557 มีการออกหุ้นกู้ 3,000 ล้านบาท (และมีการไถ่ถอนก่อนครบกำหนดไปแล้วจำนวน 989 ล้านบาทในปี 2557)

    • กำไรสุทธิ

      สำหรับปี 2559 บริษัทมีกำไรสุทธิ จำนวน 263.34 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 21.53 จาก 216.69 ล้านบาท ของปี 2558 ปัจจัยหลักจากการเพิ่มขึ้นของกำไรสุทธิเนื่องมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์และสามารถบริหารต้นทุนให้มีต้นทุนลดลง

      สำหรับปี 2558 บริษัทมีกำไรสุทธิ จำนวน 216.69 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 425.05 จาก 41.27 ล้านบาท ในปี 2557 ปัจจัยหลักจากการเพิ่มขึ้นของกำไรสุทธิเนื่องมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ถึงร้อยละ 121.45

      ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2557 บริษัทมีกำไรสุทธิ 41.27 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 199.49 จาก 13.78 ล้านบาท ของปี 2556 โดยมีอัตรากำ ไรสุทธิ ร้อยละ 1.61 ของรายได้รวม ปัจจัยหลักจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์และรายได้อื่นจากกำ ไรที่ยังไม่เกิดขึ้นจากมูลค่ายุติธรรมของอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน และการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายและค่าใช้จ่ายทางการเงินร้อยละ 25.66 ในขณะที่ อัตรากำไรขั้นต้น อยู่ที่ร้อยละ 33 อัตรากำไรจากการดำเนินงาน อยู่ที่ร้อยละ 2.22 ของรายได้รวม สำหรับอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคล อยู่ที่ร้อยละ 27.30 ของกำไรก่อนภาษีเงินได้นิติบุคคล

      จากผลการดำเนินงานที่กล่าวมาข้างต้น เมื่อพิจารณาถึงอัตราส่วนแสดงความสามารถในการทำกำไรของบริษัท (Profitability Ratio) สำหรับปี 2559, 2558 และ 2557 บริษัทมีอัตรากำไรขั้นต้น ร้อยละ 34.17, 25.61 และ 32.58 ตามลำดับ และบริษัทมีอัตรากำไรสุทธิเท่ากับร้อยละ 5.57, 4.00 และ 1.61 ตามลำดับ ในขณะเดียวกัน บริษัทมีอัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น เท่ากับร้อยละ 8.22, 7.27 และ 1.44 สำหรับปี 2559, 2558 และ 2557 ตามลำดับ

    • ปัจจัยและอิทธิพลที่มีผลต่อการดำเนินงานในอนาคต

      ในช่วงไตรมาสที่ 4 ปี 2556 ได้เกิดความไม่แน่นอนทางการเมืองในประเทศขึ้น ทำให้ผู้บริโภคชะลอการตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัย ซึ่งจากปัจจัยดังกล่าวคาดว่าจะทำให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปี 2557 เกิดการชะลอตัวลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่เมื่อสถานการณ์การเมืองเริ่มคลี่คลายในช่วงครึ่งปีแรก ของ ปี 2557 จะทำให้เศรษฐกิจสามารถปรับตัวดีขึ้นได้ ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคจะทยอยกลับคืนมาและภาวะเศรษฐกิจที่ดีขึ้น ก็จะส่งผลให้ ตลาดอสังหาริมทรัพย์สามารถกลับสู่ภาวะปกติได้

      ในปี 2558 - 2559 ตลาดอสังหาริมทรัพย์แนวราบรอบตัวเมืองยังคงสามารถขยายตัวได้อย่างต่อเนื่องเนื่องจากพฤติกรรมของครอบครัวใหม่เปลี่ยน ไปและการขนส่งมวลชลที่จะขยายตัวในอนาคตเริ่มมีความชัดเจนมากขึ้น ในขณะที่ความไม่ชัดเจนทางการเมืองเริ่มมีความคงตัวมากขึ้น แต่ทว่า การขยายตัวของเศรษฐกิจอาจยังไม่มากพอปัญหาการเงินของต่างประเทศอาจส่งผลกระทบต่อราคาสินค้าหรือวัสดุก่อสร้างได้ แต่ด้วยว่าตลาด แนวราบทาวน์เฮาส์,บ้านแฝด,บ้านเดี่ยว, ยังคงมีความต้องการอยู่อย่างต่อเนื่องอันเห็นจากการเติบโตของการโอนอสังหาริมทรัพย์แนวราบยังคง เพิ่มขึ้น

      ในขณะที่คอนโดมิเนียมมีอัตราการเติบโตโดยรวมไม่มากนัก ส่วนที่มีการเติบโตมักเป็นแนวสถานีรถไฟฟ้าเป็นส่วนใหญ่แต่ทว่าราคาของโครงการที่ใกล้สถานีรถไฟฟ้าก็สูงกว่าราคาที่ห่างออกไปมากอีกมุมหนึ่งคอนโดมิเนียมที่ใกล้แหล่งศูนย์การค้าและแหล่งชุมชนก็ยังมีความต้องการอยู่ไม่น้อยด้วยว่าโครงการศูนย์การค้าขนาดใหญ่เริ่มขยายตัวออกสู่ชานเมือง ดังนั้นโครงการที่มีทำเลใกล้แหล่งชุมชนและศูนย์การค้าแต่ราคาไม่สูงมาก ก็ยังมีความต้องการเช่นเดียวกัน โครงการประเภทหลังนี้จะมีราคาถูกกว่าโครงการที่ติดสถานีรถไฟฟ้า สำหรับบริษัทแล้วมุ่งเน้นทำเลใกล้แหล่งชุมชน และศูนย์การค้า ที่มีราคาไม่สูงมาก ที่ผู้ที่ทำงานในบริเวณดังกล่าวสามารถซื้อหรือเช่าได้ในราคาที่เหมาะกับรายได้ของตนเอง

    4. ฐานะการเงิน

    4.1 สินทรัพย์

     
    2559
    2558
    2557
    สินทรัพย์รวม (ล้านบาท) 13,515.77 12,861.19 11,956.52
    เพิ่มขึ้นจากปีก่อน (ล้านบาท) 654.58 904.67 2,968.37
    ร้อยละที่เพิ่มขึ้น 5.09 7.57 33.02
    ต้นทุนการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ (ล้านบาท) 11,395.98 10,930.65 9,841.68
    เพิ่มขึ้นจากปีก่อน (ล้านบาท) 465.33 1,088.97 2,909.90
    ร้อยละที่เพิ่มขึ้น 4.26 11.06 41.98

    สินทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นโดยส่วนใหญ่ในปี 2557 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2559 ส่วนใหญ่เป็นการเพิ่มของโครงการอสังหาริมทรัพย์ระหว่างการพัฒนาและ เงินมัดจำค่าที่ดิน

    ในปี 2559 โครงการอสังหาริมทรัพย์ระหว่างการพัฒนาเพิ่มขึ้นจากปีก่อนเล็กน้อย ส่วนใหญ่เนื่องมาจากงานระหว่างพัฒนาการเปิดโครงการใหม่ในปี 2558 หลายพื้นที่ คือ โซนกาญจนาภิเษก - ราชพฤกษ์(ไทรน้อย), วงแหวน - รามอินทรา, วงแหวน - ราชพฤกษ์ (บางบัวทอง), รังสิต, ลาดกระบัง-สุวรรณภูมิ และบางนาส่วนขยาย นอกจากนี้ยังมีการซื้อที่ดินรอการพัฒนาเพื่อพัฒนาคอนโดมิเนียม โซนสุขุมวิทเพิ่มเติม

    ในปี 2558 โครงการอสังหาริมทรัพย์ระหว่างการพัฒนาเพิ่มขึ้นเนื่องมาจากการเปิดโครงการใหม่ในหลายพื้นที่ คือ โซนกาญจนาภิเษก - ราชพฤกษ์ (ไทรน้อย), วงแหวน - รามอินทรา, วงแหวน - ราชพฤกษ์ (บางบัวทอง) และบางนาส่วนขยาย นอกจากนี้ยังมีการเร่งสร้างคอนโด 2 โครงการ โซนสุขุมวิทและบางนา เพื่อเพิ่มยอดโอนในไตรมาส 3 และ 4 ของปี 2558 ปัจจุบันคอนโด ทั้ง 2 โครงการ สร้างเสร็จและได้มีการทยอยโอนกรรมสิทธิ์ให้กับลูกค้าในช่วงเวลาดังกล่าว

    ส่วนปี 2557 เป็นการเพิ่มของโครงการอสังหาริมทรัพย์ระหว่างการพัฒนาโดยเป็นการซื้อที่ดิน จำนวนประมาณ 1,600 ล้านบาท เพื่อพัฒนาและส่งมอบในปี 2558 ในหลายพื้นที่ เช่น สุขุมวิท 77 บางบัวทอง ไทรน้อย บางนาส่วนขยายและรัตนาธิเบศร์ ในขณะที่ ปี 2556 ที่เพิ่มขึ้น เป็นการซื้อที่ดินสุขุมวิท 77 ดอนเมืองสรงประภา และบางนา ส่วนที่เหลือเป็นต้นทุนก่อสร้างโครงการแนวราบที่สร้างไว้ให้พร้อมขายในปี 2558 จำนวน 3 โครงการ ที่สร้างเกือบแล้วเสร็จในปี 2557 พร้อมส่งมอบให้ลูกค้าในปี 2558 รวมถึงการก่อสร้างคอนโดมิเนียมใน 3 โครงการโดยที่ 2 โครงการใช้เงินค่าก่อสร้างในปี 2557 ประมาณ 637.0 ล้านบาทและพร้อมจะส่งมอบหรือรับรู้รายได้ในปี 2558 ส่วนอีกโครงการหนึ่ง ได้ดำเนินการก่อสร้างไปแล้วกว่าร้อยละ 77.5 เป็นมูลค่าประมาณ 2,141.1 ล้านบาท

    • เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด

      กระแสเงินสดสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2557 ถึง 2559 เป็นดังนี้

        2559 2558 2557
      กระแสเงินสดจากการดำเนินงานก่อนการเปลี่ยนแปลงในสินทรัพย์และหนี้สินดำเนินงาน 694.57 508.59 1,818.62
      การเปลี่ยนแปลงในสินทรัพย์และหนี้สิน -436.38 -450.39 -3,544.95
      จ่ายภาษีเงินได้ -51.30 -60.34 -23.95
      รวมกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน 206.89 -2.14 -1,750.28
      กระแสเงินสดจากการลงทุน -77.44 -3.57 -286.29
      กระแสเงินสดจากการจัดหาเงิน -113.79 90.63 2,149.25
      เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น/-ลดลง สุทธิ 15.66 84.92 112.68
      เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดยกมาต้นงวด 305.81 220.89 108.21
      เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด 321.47 305.81 220.89

      ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2559 บริษัทมีรายการเงินสดและเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้นจากปี 2558 จำนวน 15.66 ล้านบาท เกิดจาก (1) การที่บริษัทมีกระแสเงินสดรับจากกิจกรรมดำเนินงาน 206.89 ล้านบาท (ซึ่งเกิดจากการที่บริษัทลงทุนไปในโครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพัฒนา และโอนสินทรัพย์ดังกล่าวได้ในงวดบัญชี) (2) กระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมลงทุน 77.44 ล้านบาท เกิดจากการจ่ายเงินซื้อเครื่องจักรเครื่องมือก่อสร้าง และยานพาหนะ (3) กระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงินจำนวน 113.79 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากมีการจ่ายชำระเงินกู้ยืมระยะยาวจาก สถาบันการเงิน, จ่ายต้นทุนทางการเงินและชำระคืนเงินจากการไถ่ถอนหุ้นกู้รวมเป็นเงินจำนวน 4,132.41 ล้านบาท ชำระเงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงิน, ชำระหนี้สินตามสัญญาเช่าทางการเงินและจ่ายเงินปันผลรวมเป็นเงิน 155.28 (อย่างไรก็ดีบริษัทได้ออกหุ้นกู้เพิ่มและรับเงินกู้ยืมระยะยาวจากสถาบันการเงินระหว่างงวดจำนวน 4,173.90 ล้านบาท)

      ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2558 บริษัทมีรายการเงินสดและเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้นจากปี 2557 จำนวน 84.92 ล้านบาท จากการที่บริษัทจะมีกระแสเงินสดรับจากการจัดหาเงิน จำนวน 90.63 ล้านบาท ซึ่งเกิดจากการที่บริษัทได้รับเงินจากการออกหุ้นกู้จำนวน 2,000 ล้านบาทในปี 2558 ซึ่งวัตถุประสงค์ในการออกเพื่อไปชำระตั๋วแลกเงินระยะสั้นทั้งจำนวนหรือบางส่วน

      ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2557 บริษัทมีรายการเงินสดและเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้นจากปี 2556 จำนวน 112.68 ล้านบาท จากการที่บริษัทจะมีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานก่อนการเปลี่ยนแปลงในสินทรัพย์และหนี้สินดำเนินงานเพิ่มขึ้น 593.07 ล้านบาท แต่ขณะเดียวกันบริษัทก็ลงทุนในโครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพัฒนาเพิ่มขึ้น 800 ล้านบาท ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการเพิ่มขึ้นจากกระแสเงินสดจากการจัดหาเงิน

    • เงินมัดจำที่ดิน
       
      2559
      2558
      2557
      เงินมัดจำที่ดิน (ล้านบาท) 274.39 80.00 347.00
      เพิ่มขึ้น/-ลดลงจากปีก่อน 194.39 -267.00 -395.00

      ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2559 บริษัทมีเงินมัดจำเพิ่มขึ้น 194.39 ล้านบาทจากวันที่ 31 ธันวาคม 2558 เนื่องมาจากการมัดจำที่ดินใหม่สำหรับพื้นที่โซนรังสิต, โซนไทรม้า, โซนบางนาส่วนเพิ่ม

      ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2558 บริษัทมีเงินมัดจำลดลง 267.00 ล้านบาทจากปี 2557 เนื่องมาจากบริษัทมีการรับโอนที่ดินในบริเวณบางนาส่วนขยาย และวงแหวน-ราชพฤกษ์ (บางบัวทอง) กาญจนาภิเษก - ราชพฤกษ์ ส่วนต่อขยาย

      ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2557 สำหรับเงินมัดจำที่ดินนั้นลดลงจากปีก่อน 395.00 ล้านบาทเพราะมีการรับโอนที่ดินในปี 2557 จากการมัดจำ ที่ดินในปี 2556 และมัดจำที่ดินใหม่สำหรับโครงการที่จะรองรับการขยายตัวของยอดขาย

    • อสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน
       
      2559
      2558
      2557
      อสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน (ล้านบาท) 494.24 535.23 510.20
      เพิ่มขึ้น/-ลดลงจากปีก่อน (ล้านบาท) -40.99 25.03 87.94

      ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2559 อสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนลดลงจากปีก่อนร้อยละ 7.66 ส่วนใหญ่เกิดจากการปรับมูลค่ายุติธรรมของกำ ไรที่เคยรับรู้มาในปีก่อนของคอมมิวนิตี้มอลล์

      ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2558 บริษัทมีอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนเท่ากับ 535.23 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25.03 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 4.91 จากปี 2557 เนื่องมาจากการเพิ่มขึ้นของงานระหว่างก่อสร้างของคอมมิวนิตี้มอลล์ บริเวณเกษตร - นวมินทร์ ชื่อ ไลฟ์สไตล์ คลับ (Life Style Club)

      ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2557 บริษัทมีอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนเท่ากับ 510.20 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 87.94 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 20.83 จากปี 2556 เท่ากับ 422.26 ล้านบาท ปัจจัยหลักจากกำไรที่ยังไม่เกิดขึ้นจากการปรับมูลค่ายุติธรรมจำนวน 62.62 ล้านบาท และ งานระหว่างก่อสร้างที่เพิ่มขึ้นระหว่างงวดของคอมมิวนิตี้มอลล์ แห่งใหม่อีก 2 แห่ง ประมาณ 25.32 ล้านบาท

      ในงวดปัจจุบันอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนชื่อ พิคาเดลี่ แบงค็อก และ ไลฟ์สไตล์ คลับ (Life Style Club) ได้ก่อสร้างแล้วเสร็จ อสังหาริมทรัพย์ เพื่อการลงทุนข้างต้นเป็นศูนย์สรรพสินค้าโดยจัดแบ่งพื้นที่สำหรับให้เช่า บริษัทแสดงอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนด้วยมูลค่ายุติธรรมซึ่งประเมินโดยผู้ประเมินราคาอิสระโดยใช้เกณฑ์วิธีพิจารณาจากรายได้ (Income Approach) ตามรายงานของผู้ประเมินราคาลงวันที่ 5 มกราคม 2560 และ 3 กุมภาพันธ์ 2560 ข้อสมมติฐานหลักที่ใช้ในการประเมินราคาดังกล่าวประกอบด้วย อัตราการเช่าพื้นที่ อัตราการเพิ่มค่าเช่า อัตราคิดลด และอัตรา ผลตอบแทน

    • ที่ดินอาคารและอุปกรณ์
       
      2559
      2558
      2557
      ที่ดินอาคารและอุปกรณ์ 399.88 411.24 400.01
      เพิ่มขึ้น/-ลดลงจากปีก่อน -11.36 11.23 22.77

      ที่ดินอาคารและอุปกรณ์สุทธิ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2559 ลดลงจากปีก่อนเกิดจากค่าเสื่อมราคาสะสมและมีการขายทรัพย์สินเพิ่มขึ้นจากปีก่อน

      ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท เมื่อวันที่ 28 มีนาคม พ.ศ.2556 คณะกรรมการได้มีมติอนุมัติให้บริษัท (“ผู้เช่า”) ทำ สัญญาเช่าเพื่อเช่าที่ดิน (“ทรัพย์ที่เช่า”) จากคณะกรรมการของบริษัทสอง ท่าน (“ผู้ให้เช่า) เพื่อนำมาก่อสร้างอาคารสำหรับใช้เป็นสำ นักงานใหญ่ของบริษัท สัญญาเช่านี้มีระยะเวลา 10 ปี นับจากวันที่จดทะเบียนการเช่า

      ณ ปัจจุบัน บริษัทและผู้ให้เช่าที่ดินที่ตั้งสำ นักงานใหญ่ได้มีข้อสรุปเป็นการชัดเจนว่าผู้ให้เช่าและผู้เช่ายินยอมตกลงต่ออายุสัญญาเช่าออกไปได้อีก 10 ปี ส่วนเรื่องการกำหนดราคาค่าเช่าในปีที่ 11 ถึงปี ที่ 20 จะตกลงค่าเช่ากันใหม่ในราคาตลาดหรือราคาที่เหมาะสมต่อไป และหากผู้เช่าประสงค์ที่จะเช่าที่ดินต่อไปอีก 10 ปี ผู้เช่าต้องแจ้งเป็นหนังสือล่วงหน้าตามที่ระบุในบันทึกข้อตกลง เมื่อครบกำ หนดอายุการเช่าหรือครบกำหนดอายุสัญญาเช่าที่จะได้มีการต่ออายุกันออกไปไม่ว่ากี่คราวก็ตาม หรือสัญญาได้เลิกกันโดยความผิดของผู้เช่า ผู้เช่าจะต้องจัดการทรัพย์ที่เช่าให้กลับคืนสภาพเดิมเสมือนก่อนมีการเช่า และจะต้องรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดที่สร้างบนทรัพย์ที่เช่า หากครบกำหนดระยะเวลาแล้ว ผู้เช่าไม่รื้อถอนและขนย้าย ทรัพย์สินออกไป หรือรื้อถอนและขนย้ายทรัพย์สินยังไม่แล้วเสร็จภายในเวลาดังกล่าว ผู้เช่าตกลงให้สิ่งปลูกสร้างดังกล่าวตกเป็นส่วนควบของที่ดิน ทรัพย์ที่เช่ารวมถึงทรัพย์สินที่อยู่ในสิ่งปลูกสร้างและในทรัพย์ที่เข่าตกเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ให้เช่าทันทีโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ นอกจากนี้หากผู้ให้เช่าไม่ประสงค์รับสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวไว้ ผู้เช่ายังต้องรับผิดชอบค่าเสียหายต่างๆ เช่น ค่ารื้อถอนสิ่งปลูกสร้างให้แก่ผู้ให้เช่าตามที่ระบุในบันทึกข้อตกลง

      การยินยอมต่ออายุสัญญาเช่าดังกล่าวออกไปอีก 10 ปี มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดความชัดเจนและประโยชน์สูงสุดของบริษัทและผู้ถือหุ้น อย่างไรก็ตาม การแก้ไขเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขและอายุสัญญาเช่าของสัญญาเช่าดังกล่าวไม่มีผลกระทบอย่างเป็นสาระสำ คัญต่องบการเงินของบริษัท กล่าวคือ ตัวเลขในงบกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จ งบแสดงฐานะทางการเงิน และงบแสดงการเปลี่ยนแปลงส่วนของผู้ถือหุ้น ประจำปี 2556 จนถึงงบการเงินรวมประจำปี 2558 ตัวเลข ยังคงเดิม เพียงแต่การจัดประเภทรายการจะเปลี่ยนแปลงไปโดย ณ วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2558 และ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2557 อาคารสุทธิ จำนวน 153.41 ล้านบาท และ 161.96 ล้านบาท ในหมวดที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ ได้ถูกจัดประเภทรายการใหม่ (Reclassify) เป็น อาคารบนที่ดินเช่า ทั้งนี้การปรับปรุงรายการดังกล่าว บริษัทได้ปรึกษากับผู้สอบบัญชีรับอนุญาตแล้ว ณ วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2558 ยอดรวมของสินทรัพย์รวมจำนวน 12,861.19 ล้านบาท และ ณ วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2557 จำนวน 11,956.52 ล้านบาท ยังคงเท่าเดิม

      อย่างไรก็ตามรายการอาคารบนที่ดินเช่าจะถูกเปลี่ยนชื่อเป็นค่าเช่าจ่ายล่วงหน้า-อาคารบนที่ดินเช่าโดยยอดยังคงเดิม และค่าเสื่อมราคาของอาคารบนที่ดินเช่าในหมายเหตุประกอบงบการเงินจะถูกแก้ไขชื่อบัญชีใหม่เป็น ค่าเช่า ทั้งนี้รายการดังกล่าวจัดอยู่ในหมวดค่าใช้จ่ายในการบริหาร อนึ่ง ตัวเลขในงบกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จ ณ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2558 บริษัทได้บันทึกค่าตัดจำหน่ายอาคารบนที่ดินเช่าด้วยรายการค่าใช้จ่ายตัดจ่ายสิทธิการใช้ทรัพย์สิน จำนวน 8.55 ล้านบาท และ 7.2 ล้านบาท ณ 31 ธันวาคม พ.ศ.2558 และ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2557 ตามลำดับ แต่เปิดเผยเป็น ค่าเสื่อมราคาในหมายเหตุประกอบงบการเงินข้อที่ 14 หากมีการแก้ไขปรับปรุงรายการเป็นรายการค่าเช่า ยอดรวมของค่าเสื่อมราคาและค่าตัด จำหน่ายจะลดลงจากจำนวน 50.13 ล้านบาท เป็น 41.58 ล้านบาท ณ วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2558 และ ยอดรวมจะลดลงจากจำนวน 40.22 ล้าน บาท เป็น 33.02 ล้านบาท ณ วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2557 ลดลงด้วยการปรับปรุง (Reclassify) ค่าใช้จ่ายตัดจ่ายสิทธิการใช้ทรัพย์สินเป็นรายการค่าเช่าจำนวน 8.55 ล้านบาท และ 7.2 ล้านบาท ตามลำดับ ส่วนรายการค่าเช่าจะถูกเปิดเผยในหมายเหตุประกอบงบการเงินเพิ่มขึ้นด้วยจำนวนปรับปรุง ทั้งนี้กำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จรวมในงบกำ ไรขาดทุนเบ็ดเสร็จรวมสำหรับปี 2558 จำนวน 216.69 ล้านบาทและสำหรับปี 2557 จำนวน 44.25 ล้านบาท ยังคงเท่าเดิม

      ณ 31 ธันวาคม 2559 ค่าเช่าจ่ายล่วงหน้า - อาคารบนที่ดินเช่า ได้ถูกเปิดเผยด้วยชื่อบัญชีหมวด “ค่าเช่าจ่ายล่วงหน้า” ตามงบการเงินสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2559 ยอดรวม 144.87 ล้านบาท ปรับลดลงจาก 153.41 ล้านบาท ณ 31 ธันวาคม 2558 ด้วยรายการค่าใช้จ่ายตัดจ่ายสิทธิการใช้ทรัพย์สิน ซึ่งเปิดเผยเป็นค่าตัดจำหน่ายในหมายเหตุประกอบงบการเงินข้อที่ 14 และรวมอยู่ในรายการค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายในหมวดค่าใช้จ่ายในการบริหาร หากมีการแก้ไขปรับปรุงรายการเป็นรายการค่าเช่า ยอดรวมของค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายจะลดลงจากจำนวน 53.38 ล้านบาท เป็น 44.83 ล้านบาท ณ วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2559 และยอดรวมจะลดลงจากจำนวน 50.13 ล้านบาท เป็น 41.58 ล้านบาท ณ วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2558 ลดลงด้วยการปรับปรุง (Reclassify) ค่าใช้จ่ายตัดจ่ายสิทธิการใช้ทรัพย์สินเป็นรายการค่าเช่าจำนวน 8.55 ล้านบาท ส่วนรายการค่าเช่าจะถูกเปิดเผยในหมายเหตุประกอบงบการเงินเพิ่มขึ้นด้วยจำนวนปรับปรุง ทั้งนี้กำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จรวมในงบกำไร ขาดทุนเบ็ดเสร็จรวมสำหรับปี 2559 จำนวน 263.34 ล้านบาทและสำหรับปี 2558 จำนวน 216.69 ล้านบาท ยังคงเท่าเดิม

      ทั้งนี้ในงบการเงินสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2559 บริษัทได้แก้ไขหมายเหตุประกอบงบการเงินเรื่องนโยบายการบัญชีที่สำ คัญในหัวข้ออาคารบนที่ดินเช่า เปลี่ยนเป็น “ค่าเช่าจ่ายล่วงหน้า”และตัดจำหน่ายตามอายุของอาคารบนที่ดินเช่าที่คาดว่าจะให้ประโยชน์ 20 ปี” แล้ว แต่จะเปิดเผยรายการตัดจำหน่ายค่าเช่าจ่ายล่วงหน้า เป็นค่าเช่า (Reclassify) รายการบัญชีให้ถูกต้องตามมาตรฐานการบัญชีและมาตรฐานรายงานทางการ เงินที่เป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปในงบการเงินประจำปี 2560

      สำหรับงบการเงิน ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2559, ปี 2558 และปี 2557 ได้มีการจัดประเภทรายการใหม่เป็นค่าเช่าจ่ายล่วงหน้าดังตารางด้านล่างนี้ (โดยปรับลดลงจากการตัดจำหน่ายค่าเช่าจ่ายล่วงหน้า)

       
      2559
      2558
      2557
      อาคารบนที่ดินเช่า 144.86 153.41 161.96
      เพิ่มขึ้น/-ลดลงจากปีก่อน -8.55 -8.55  

    • การตั้งสำรองและความเพียงพอของค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ

      ค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญประเมินโดยการวิเคราะห์ประวัติการชำระหนี้ และการคาดการณ์เกี่ยวกับการชำระหนี้ในอนาคตของลูกค้า ลูกหนี้จะถูกตัด จำหน่ายบัญชีเมื่อทราบว่าเป็นหนี้สูญ

    • อัตราส่วนแสดงประสิทธิภาพในการดำเนินงานที่สำคัญ

      อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2559, 2558 และ 2557 เท่ากับร้อยละ 4.38 เท่า, 3.53 เท่า และ 0.39 เท่า ตามลำดับ เนื่องจากในปี 2559 บริษัทมีสัดส่วนกำไรสุทธิมากกว่าปี 2558 ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ดีขึ้นเป็นลำดับ

    4.2 หนี้สินและแหล่งที่มาของเงินทุน

     
    2559
    2558
    2557
    หนี้สินรวม 10,201.31 9,770.87 9,082.89
    เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 430.44 687.98 2,953.53
    เงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงิน 1,545.89 1,610.31 2,159.07
    ส่วนของเงินกู้ยืมระยะยาวจากสถาบันการเงินที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี 491.87 692.29 1,648.67
    หุ้นกู้ที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี 3,000.00 1,509.35 -
    เงินกู้ยืมระยะยาวจากสถาบันการเงิน 213.78 932.62 792.34
    หุ้นกู้ 3,989.50 3,996.60 3,511.00

    ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2559 บริษัทมีหนี้สินรวมที่เพิ่มขึ้นจากปี 2558 จำนวน 430.44 ล้านบาท ส่วนใหญ่เกิดจากในเดือน เมษายน 2559 มีการออก หุ้นกู้เพิ่มจำนวน 1,353.20 ล้านบาท (ครบกำหนดและไถ่ถอน 511.00 ล้านบาท) และในเดือนตุลาคม 2559 ออกหุ้นกู้เพิ่มจำนวน 1,646.80 ล้าน บาท (ครบกำหนดและไถ่ถอน 1,000.00 ล้านบาท) อย่างไรก็ดีได้มีการชำระเงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ระยะสั้นจากสถาบันการเงินทำให้หนี้สินลดลงจำนวน 64.42 ล้านบาท มีเงินกู้ยืมระยะยาวจากสถาบันการเงินสุทธิลดลงจำนวน 919.26 ล้านบาท และมีการชำระหนี้สินตามสัญญาเช่าการเงิน จำนวน 51.66 ล้านบาท

    ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2558 บริษัทมีหนี้สินรวมที่เพิ่มขึ้นจากปี 2557 จำนวน 687.98 ล้านบาท เนื่องมาจากการออกหุ้นกู้จำนวน 2,000.00 ล้านบาท แต่อย่างไรก็ตามบริษัทได้ชำระเงินกู้ยืมจากธนาคารสำหรับใช้ในโครงการมากกว่าการกู้จากธนาคารจำนวน 816.10 ล้านบาท จากการที่บริษัทมี รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ที่มากขึ้นกว่าปี 2557 ในขณะเดียวกันบริษัทได้นำเงินที่ได้จากการออกหุ้นกู้ชำระตั๋วแลกเงินระยะสั้น เป็นผลให้ ตั๋วแลกเงินระยะสั้นลดลงจำนวน 548.76 ล้านบาท

    ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2557 บริษัทมีหนี้สินรวมที่เพิ่มขึ้นจากการเพิ่มขึ้นของหุ้นกู้จำนวน 2,011.00 ล้านบาทในปี 2557 และตั๋วสัญญาใช้เงินและเจ้า หนี้การค้า รวม 1,034.70 ล้านบาทในปี 2557 และการลดของเงินกู้ยืมจากธนาคารสำหรับใช้ในโครงการ 337.40 ล้านบาท

    • เงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืมระยะสั้น

      ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2559 เงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงินลดลงจากปีก่อนจำนวน 64.42 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 4.00 โดยส่วนใหญ่เกิดจากตั๋วสัญญาใช้เงินลดลง

      ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2558 เงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงินลดลงจำนวน 548.76 ล้านบาท จากปี 2557 หรือ ร้อยละ 25.42 จากการโอนกรรมสิทธิ์ที่มากขึ้นกว่าปี 2557 อีกทั้งในเดือนเมษายน และตุลาคม พ.ศ.2558 บริษัทได้มีการออกหุ้นกู้จำนวน 2,000 ล้านบาท โดยมีวัตถุประสงค์ชำระคืนตราสารหนี้ระยะสั้น(ตั๋วแลกเงิน) ทั้งจำนวนหรือบางส่วน

      ณ วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2557 เงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืมระยะสั้นเพิ่มขึ้น 936.39 ล้านบาท จากปี 2556 หรือร้อยละ 76.58 เช่นเดียวกันกับ ปี 2556 เพิ่มขึ้น จำนวน 259.80 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทได้มีการเข้าถึงแหล่งเงินทุนใหม่เช่นตั๋วแลกเงินระสั้น และการออกหุ้นกู้ จึงลดการใช้เงินกู้ ยืมระยะยาวจากสถาบันการเงิน เนื่องจากตั๋วแลกเงินระยะสั้น และหุ้นกู้มีอัตราดอกเบี้ยที่ถูกกว่า และเป็นการกู้ที่ไม่มีหลักประกัน

    • เงินกู้ยืมระยะยาวจากสถาบันการเงิน

      ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2559 เงินกู้ยืมระยะยาวจากสถาบันการเงินสุทธิลดลงจำนวน 919.26 ล้านบาท จากปี 2558 หรือ ร้อยละ 56.57 เกิดจากการ รับรู้รายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์ที่มากขึ้นทำให้สามารถนำเงินดังกล่าวมาจ่ายชำระเงินกู้ยืมระยะยาวได้มากขึ้น อีกทั้งในเดือนเมษายน 2559 และ เดือนตุลาคม 2559 บริษัทได้มีการออกหุ้นกู้เพิ่มเติมจำนวน 1,353.20 ล้านบาทและ 1,646.80 ล้านบาทตามลำดับ เพื่อนำมาชำระคืนหุ้นกู้ที่ครบ กำหนดไถ่ถอน และชำระเงินกู้ยืมระยะยาวดังกล่าวบางส่วนเนื่องจากหุ้นกู้มีต้นทุนทางการเงินที่ต่ำกว่า

      ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2558 เงินกู้ยืมระยะยาวจากสถาบันการเงินลดลงจำนวน 816.10 ล้านบาท จากปี 2557 หรือ ร้อยละ 33.43 จากการรับ รู้รายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์ที่มากขึ้น อีกทั้งในเดือนเมษายน และตุลาคม พ.ศ.2558 บริษัทได้มีการออกหุ้นกู้จำนวน 2,000 ล้านบาท โดยมี วัตถุประสงค์ชำระคืนเงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืมระยะสั้นทั้งจำนวนและบางส่วน และใช้เป็นแหล่งเงินทุนหมุนเวียนในกิจการ จึงลดการใช้เงินกู้ ยืมระยะยาวจากสถาบันการเงิน

      ณ วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ.2557 เงินกู้ยืมระยะยาวจากสถาบันการเงินลดลง 337.42 ล้านบาทจากปี 2556 หรือร้อยละ 12.14 เนื่องจากบริษัทได้ มีการออกหุ้นกู้จำนวน 3,000 ล้านบาท ในช่วงปี 2557 จึงลดการใช้เงินกู้ยืมระยะยาวจากสถาบันการเงิน เนื่องจากหุ้นกู้มีอัตราดอกเบี้ยที่ถูกกว่า และเป็นการกู้ที่ไม่มีหลักประกัน เช่นเดียวกันกับปี 2556

    • หุ้นกู้

      ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2559 ยอดหุ้นกู้มีจำนวน 6,989.50 ล้านบาท เพิ่มขึ้น จากปี 2558 จำนวน 1,483.55 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 26.94 เนื่องจาก วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2559 ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2559 มีมติอนุมัติการออกและเสนอขายหุ้นกู้ทุกประเภทชนิดระบุชื่อผู้ถือหรือไม่ระบุชื่อ วงเงินรวมไม่เกิน 3,000 ล้านบาท โดยจะออกและเสนอขายเพียงชุดเดียวหรือหลายชุดในคราวเดียวกัน หรือหลายครั้งก็ได้

      เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2559 บริษัทได้ออกจำหน่ายหุ้นกู้จำนวน 646.8 ล้านบาท (จำนวน 646,800 หน่วย หน่วยละ 1,000 บาท) เป็นหุ้นกู้ชนิดระบุ ชื่อผู้ถือ ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน และไม่มีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ ครบกำหนดไถ่ถอนในวันที่ 20 กรกฎาคม 2562

      เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2559 บริษัทได้ออกจำหน่ายหุ้นกู้จำนวน 1,000 ล้านบาท (จำนวน 1,000,000 หน่วย หน่วยละ 1,000 บาท) เป็นหุ้นกู้ชนิดระบุ ชื่อผู้ถือ ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน และไม่มีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ ครบกำหนดไถ่ถอนในวันที่ 1 ตุลาคม 2563 ทั้งนี้บริษัทสามารถไถ่ถอนได้ก่อนครบ กำหนด ในขณะเดียวกันมีหุ้นกู้ที่จะถึงครบกำหนดชำระจำนวน 1 รุ่น ชื่อหุ้นกู้ของ บริษัท อารียา พรอพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) ครั้งที่ 1/2558 ครบกำหนดไถ่ถอนปี พ.ศ. 2559 จำนวน 1,000 ล้านบาท ซึ่งบริษัทได้ไถ่ถอนครบทั้งจำนวนแล้ว ณ วันที่ 5 ตุลาคม 2559

      โดยในวันที่ 1 เมษายน 2559 บริษัทได้มีการออกหุ้นกู้เพิ่มจำนวน 1 รุ่น ชื่อ หุ้นกู้ของบริษัท อารียา พรอพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) ครั้งที่ 1/2559 ครบ กำหนดไถ่ถอนปี พ.ศ. 2562 จำนวน 1,353.20 ล้านบาท ในขณะเดียวกันมีหุ้นกู้ที่จะถึงครบกำหนดชำระจำนวน 1 รุ่น ชื่อหุ้นกู้ของ บริษัท อารียา พรอพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) ครั้งที่ 1/2556 ครบกำหนดไถ่ถอนปี พ.ศ. 2559 จำนวน 511 ล้านบาท ซึ่งบริษัทได้ไถ่ถอนครบทั้งจำนวนแล้ว ณ วันที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2559

      ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2558 ยอดหุ้นกู้มีจำนวน 5,505.95 ล้านบาท เพิ่มขึ้น จากปี 2557 จำนวน 1,994.95 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 56.82 โดยวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2558 ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ ได้มีมติอนุมัติการออกและเสนอ ขายหุ้นกู้ชนิดระบุชื่อผู้ถือหรือไม่ระบุชื่อ มีหรือไม่มีหลัก ประกัน มีหรือไม่มีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ หุ้นกู้ด้อยสิทธิหรือไม่ด้อยสิทธิ เป็นวงเงินรวมไม่เกิน 2,000.00 ล้านบาท ซึ่งออกเป็นสกุลเงินบาท และ/หรือ สกุล เงินต่างประเทศในจำนวนเทียบเท่า อัตราดอกเบี้ยขึ้นอยู่กับภาวะตลาดในขณะที่ออกและเสนอขายหุ้นกู้ในแต่ละครั้ง โดยจะออกและเสนอขาย เพียงชุดเดียวหรือหลายชุดในคราวเดียวกันหรือ หลายครั้งก็ได้ บริษัทจึงออกหุ้นกู้ จำนวน 2 ครั้ง ในปี 2558

      ณ 31 ธันวาคม 2557 ยอดหุ้นกู้มีจำนวน 3,511.00 ล้านบาท เพิ่มขึ้น จากปี 2556 จำนวน 2,011.00 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 134.07 โดยวันที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557 ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ ได้มีมติอนุมัติการออกและเสนอขายหุ้นกู้ทุกประเภท ชนิดระบุชื่อผู้ถือหรือไม่ระบุชื่อ มี หรือไม่มีหลักประกัน มีหรือไม่มีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ หุ้นกู้ด้อยสิทธิหรือไม่ด้อยสิทธิ เป็นวงเงินรวมไม่เกิน 3,000 ล้านบาท ซึ่งออกเป็นสกุลเงินบาท และ/ หรือ สกุลเงินต่างประเทศในจำนวนเทียบเท่า อัตราดอกเบี้ยขึ้นอยู่กับภาวะตลาดในขณะที่ออกและเสนอขายหุ้นกู้ในแต่ละครั้ง โดยจะออกและ เสนอขายเพียงชุดเดียวหรือหลายชุดในคราวเดียวกันหรือ หลายครั้งก็ได้ บริษัท จึงออกหุ้นกู้ จำนวน 2 ครั้ง ในปี 2557

      ครั้งที่หนึ่ง เมื่อวันที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2557 บริษัทออกจำหน่ายหุ้นกู้จำนวน 1,500 ล้านบาท (จำนวน 1,500,000 หน่วย หน่วยละ 1,000 บาท) เป็นหุ้นกู้ชนิดระบุชื่อผู้ถือ ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน และไม่มีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ โดยมีอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 5.95 ต่อปี และมีกำหนดชำระคืน ภายใน 3 ปี

      ครั้งที่สอง เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2557 บริษัทออกจำหน่ายหุ้นกู้จำนวน 1,500 ล้านบาท (จำนวน 1,500,000 หน่วย หน่วยละ 1,000 บาท) เป็นหุ้นกู้ ชนิดระบุชื่อผู้ถือ ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน และไม่มีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ โดยมีอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 5.85 ต่อปี และมีกำหนดชำระคืนภายใน 3 ปี ทั้งนี้บริษัทสามารถไถ่ถอนได้ก่อนครบกำหนด

      เปรียบเทียบกับปี 2556 บริษัทได้มีการออกและเสนอขายหุ้นกู้เป็นครั้งแรก โดยออกและเสนอขาย 2 ครั้ง คือ

      ครั้งที่หนึ่ง เมื่อวันที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2556 บริษัทออกจำหน่ายหุ้นกู้จำนวน 511 ล้านบาท (จำนวน 511,000 หน่วย หน่วยละ 1,000 บาท) เป็นหุ้น กู้ชนิดระบุชื่อผู้ถือ ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน และไม่มีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ โดยมีอัตราดอกเบี้ยในปี 2557 และ 2556 ร้อยละ 5.90 และ 5.75 ต่อปี ตามลำดับ และมีกำหนดชำระคืนภายใน 3 ปี

      ครั้งที่สอง เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2556 บริษัทออกจำหน่ายหุ้นกู้จำนวน 989 ล้านบาท (จำนวน 989,000 หน่วย หน่วยละ 1,000 บาท) เป็น หุ้นกู้ชนิดระบุชื่อผู้ถือ ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน และไม่มีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ โดยที่อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 6.10 ต่อปี และมีกำหนดชำระคืนภายใน 2 ปี ทั้งนี้บริษัทสามารถไถ่ถอนได้ก่อนครบกำหนด และบริษัทได้ไถ่ถอนก่อนครบกำหนดทั้งจำนวนเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2557

    • ตั๋วแลกเงินระยะสั้น
       
      2559
      2558
      2557
      ตั๋วแลกเงินระยะสั้น 1,402.08 1,280.54 1,596.81
      เพิ่มขึ้น/-ลดลงจากปีก่อน 121.54 -316.27 642.65

      ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2559 มีตั๋วแลกเงินระยะสั้นเพิ่มขึ้นจำนวน 121.54 ล้านบาท จากปี 2558 หรือ เพิ่มขึ้นร้อยละ 9.49 เพื่อนำมาใช้เป็นเงิน ทุนหมุนเวียนในบริษัท เนื่องจากตั๋วแลกเงินระสั้น มีอัตราดอกเบี้ยที่ถูกกว่าอัตราดอกเบี้ยการกู้ยืมธนาคารและเป็นการกู้ที่ไม่มีหลักประกัน

      ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2558 การลดลงของตั๋วแลกเงินระยะสั้นจำนวน 316.27 ล้านบาท จากปี 2557 หรือ ร้อยละ 19.81 เนื่องมาจากในปีนี้บริษัทได้ มีการออกหุ้นกู้จำนวน 2,000.00 ล้านบาท เพื่อชำระคืนเงินเบิกเกินบัญชี, เงินกู้ยืมระยะสั้นและเงินกู้ยืมจากสภาบันการเงินทั้งจำนวนและบางส่วน

      ณ วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2557 การเพิ่มขึ้นของตั๋วแลกเงินระยะสั้นจำนวน 642.65 ล้านบาท จากปี 2557 หรือ ร้อยละ 67.35 เนื่องจากเป็นการ กู้เพื่อนำมาใช้ในการลงทุนก่อสร้างโครงการแนวราบและแนวสูงเพื่อรอง รับการรับรู้รายได้ที่จะเกิดขึ้นในปี 2558 และในอนาคตแทนการกู้เงิน ธนาคาร อีกทั้งตั๋วแลกเงินระสั้น มีอัตราดอกเบี้ยที่ถูกกว่าอัตราดอกเบี้ยการกู้ยืมธนาคารและเป็นการกู้ที่ไม่มีหลักประกัน

    • ส่วนของผู้ถือหุ้น

      ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2559 ส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัท จำนวน 3,314.46 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2558 จำนวน 224.14 ล้านบาท หรือร้อยละ 7.25 เกิดจากการเพิ่มขึ้นของกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จรวมสำหรับปีจำนวน 263.34 ล้านบาท และมีการจ่ายเงินปันผลระหว่างปี 2558 จำนวน 39.20 ล้าน บาท

      ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2558 ส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัท จำนวน 3,090.32 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2557 จากการเพิ่มขึ้นของกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จ รวมสำหรับปี จำนวน 216.69 ล้านบาท และงดการจ่ายเงินปันผลสำหรับปี 2557

      ณ สิ้นปี 2557 ส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัท จำนวน 2,873.63 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2556 จากการเพิ่มขึ้นของกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จรวมสำหรับปี จำนวน 44.25 ล้านบาท โดยส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงจากการจ่ายเงินปันผลจำนวน 29.39 ล้านบาท

    • สภาพคล่อง
       
      2559
      2558
      2557
      กระแสเงินสดจากการดำเนินงานก่อนการเปลี่ยนแปลงในสินทรัพย์และหนี้สินดำเนินงาน 694.57 508.59 1,818.62
      การเปลี่ยนแปลงในสินทรัพย์และหนี้สิน -436.38 -450.39 -3,545.95
      จ่ายภาษีเงินได้ -51.30 -60.34 -23.95
      เงินสดสุทธิได้มาจาก (ใช้ไปใน) กิจกรรมดำเนินงาน 206.89 -2.14 -1,750.28

      กระแสเงินสดจากการดำเนินงานส่วนใหญ่ใช้ไปกับโครงการอสังหาริมทรัพย์การพัฒนาในการเตรียมตัวเพื่อสร้างรายได้หลังจากที่สภาพการเมือง อยู่ในภาวะปกติแล้ว และเศรษฐกิจเริ่มปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องในปี 2559 ทำให้บริษัทมีโครงการใหม่ที่เริ่มรับรู้รายได้สำหรับปี 2559 จำนวน 13 โครงการ มีจำนวน 796 ล้านบาทสำหรับแนวราบและจำนวน 1 โครงการ มีจำนวน 641 ล้านบาทสำหรับคอนโดมิเนียม

       
      2559
      2558
      2557
      กระแสเงินสดจากการลงทุน -77.44 -3.57 -286.29

      กระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมลงทุนในปี 2559 จำนวน 77.44 ล้านบาท ส่วนใหญ่เกิดจากนำเงินไปค้ำประกันเพิ่มขึ้นจำนวน 33.40 ล้านบาท สำหรับวงเงินหนังสือค้ำประกันและเงินลงทุนในสินทรัพย์ถาวรจำนวน 57.45 ล้านบาท กระแสเงินสดจากการลงทุนในปี 2557 ส่วนใหญ่เป็นการ ลงทุนในที่ดินอาคารและอุปกรณ์ คือสำนักงานใหญ่ และอลูมิเนียมฟอร์มที่ใช้ในโครงการก่อสร้างทั้งแนวราบและแนวสูงที่สามารถใช้งานได้อีกเป็น ระยะเวลานานกว่า 3 ปี โดยซื้อเพิ่มเติมเฉพาะส่วนน้อยที่เปลี่ยนแปลง เนื่องจากบริษัทมีการเตรียมพร้อมในการลงทุนที่ดินอาคารและอุปกรณ์ และ อลูมิเนียมฟอร์มในปี 2556 และ 2557 ค่อนข้างมาก ทำให้ในปี 2558 บริษัทมีกระแสเงินสดในการลงทุนเพียง 3.57 ล้านบาท

       
      2559
      2558
      2557
      กระแสเงินสดจากการจัดหาเงิน -113.79 90.63 2,149.25

      ณ 31 ธันวาคม 2559 บริษัทมีกระแสเงินสดจ่ายใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงินจำนวน 113.79 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากมีการจ่ายชำระเงินกู้ยืม ระยะยาวจากสถาบันการเงิน, ชำระคืนเงินจากการไถ่ถอนหุ้นกู้และจ่ายต้นทุนทางการเงินรวมเป็นเงินจำนวน 4,132.41 ล้านบาท ชำระเงินเบิกเกิน บัญชีและเงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงิน, ชำระหนี้สินตามสัญญาเช่าทางการเงินและจ่ายเงินปันผลรวมเป็นเงิน 155.28 (อย่างไรก็ดีบริษัทได้ ออกหุ้นกู้เพิ่มและรับเงินกู้ยืมระยะยาวจากสถาบันการเงินระหว่างงวดจำนวน 4,173.90 ล้านบาท)

      ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2558 กระแสเงินสดจากการจัดหาเงินได้มาจากการออกหุ้นกู้ 2,000.00 ล้านบาท สำหรับเงินกู้ยืมระยะยาวจากธนาคารนั้น การเบิกและชำระคืนสุทธิเท่ากับชำระคืนประมาณ 816.10 ล้านบาท และชำระวงเงินตั๋วเงินระยะสั้นและจ่ายต้นทุนทางการเงินจำนวน 548.76 ล้านบาท และ 486.05 ล้านบาท ตามลำดับ

      ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2557 กระแสเงินสดจากการจัดหาเงินได้มาจากการออกหุ้นกู้และชำระคืนหุ้นกู้สุทธิ จำนวน 2,011.00 ล้านบาท สำหรับเงินกู้ ยืมระยะยาวจากธนาคารนั้นการเบิกและชำระคืนสุทธิเท่ากับชำระคืนประมาณ 337.42 ล้านบาท โดยใช้วงเงินตั๋วเงินระยะสั้นมาแทนเพื่อเป็นการ ลดภาระดอกเบี้ย

    • อัตราส่วนวิเคราะห์นโยบายทางการเงินที่สำคัญ

      การวิเคราะห์อัตราส่วนสภาพคล่อง

      บริษัทมีอัตราส่วนสภาพคล่อง 2.07 เท่า ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2559 ลดลงจาก 2.44 เท่า ในปี 2558 เนื่องจากหนี้สินหมุนเวียนเพิ่มขึ้นจำนวน 1,152.74 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 24.65 สาเหตุหลักจากหุ้นกู้ที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปีเพิ่มขึ้นจำนวน 1,490.65 ล้านบาท

      บริษัทมีอัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว 0.11 เท่า ณ.วันที่ 31 ธันวาคม 2559 เพิ่มขึ้นจาก 0.09 เท่าในปี 2558 เนื่องจากมีเงินสดและรายการ เทียบเท่าเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงาน ณ ปี 2559 จำนวน 206.89 ล้านบาท ใช้ไปในกิจกรรมลงทุนและกิจกรรมจัดหาเงิน จำนวน 77.44 ล้านบาท และ 113.79 ล้านบาท ตามลำดับ ส่งผลให้เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้นจากปี 2558 จำนวน 15.66 ล้านบาท

      การวิเคราะห์อัตราส่วนความสามารถชำระดอกเบี้ย

      บริษัทมีอัตราส่วนความสามารถชำระดอกเบี้ยเป็น 2.44 เท่า ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2559 ลดลงจาก 2.63 เท่า ในปี 2558 ทั้งนี้ความสามารถ ในการชำระดอกเบี้ยเกิดจากกำไรก่อนหักดอกเบี้ยและภาษีเงินได้จากการดำเนินงานหารด้วยต้นทุนทางการเงิน ซึ่งในปี 2559 มีกำไรก่อนหัก ดอกเบี้ยและภาษีเงินได้จากการดำเนินงานมากกว่าปี 2558 จำนวน 140.18 ล้านบาทหรือร้อยละ 32 อย่างไรก็ดีมีต้นทุนทางการเงินปี 2559 มากกว่าปี 2558 จำนวน 70.46 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 42 ซึ่งมีสัดส่วนมากกว่า ดังนั้นจึงทำให้ความสามารถในการชำระดอกเบี้ยในปี 2559 มีจำนวนลดลงจากปี 2558 ในขณะที่บริษัทมีอัตราส่วนความสามารถชำระดอกเบี้ย (Cash Basis) เป็น 0.50 เท่า ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2559 เพิ่มขึ้นจาก 0.12 เท่า ของปี 2558 เนื่องจากบริษัทมีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานจำนวน 206.89 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก ปี 2558 ซึ่ง มีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานใช้ไปจำนวน 2.14 ล้านบาท

      การวิเคราะห์อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น

      บริษัทมีอัตราส่วนหนี้สินรวมต่อส่วนของผู้ถือหุ้นเป็น 3.08 เท่า ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2559 โดยลดลงจาก 3.16 เท่า ในปี 2558 และปี 2557 ทั้งนี้การลดลงของอัตราส่วนหนี้สินรวมต่อส่วนของผู้ถือหุ้นเกิดจาก การรับรู้รายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์ที่เพิ่มมากขึ้น รวมทั้งการบริหาร ต้นทุน และบริหารค่าใช้จ่ายให้เกิดประสิทธิภาพ ส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิเพิ่มสูงขึ้น ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2559 บริษัทมีสินค้าคงเหลือรอขาย มูลค่า 11,396 ล้านบาท ซึ่งเมื่อโอนกรรมสิทธิ์แล้วจะทำให้อัตราส่วนหนี้สินรวมต่อส่วนของผู้ถือหุ้นทยอยลดลง

    • การดำรงอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ระบุไว้ในข้อกำหนดสิทธิฯ

      บริษัทมีหน้าที่ตามข้อกำหนดสิทธิที่จะต้องดำรงหนี้สินสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นไว้ไม่ให้เกิน 3:1 เท่า เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ระบุไว้ในข้อกำหนด สิทธิข้อ 6.2 หน้าที่ที่ผู้ออกหุ้นกู้ต้องปฏิบัติ ข้อ 6.2.11 เงื่อนไขทางการเงิน สำหรับหุ้นกู้ดังต่อไปนี้ ได้แก่

      • 1) หุ้นกู้ของ บริษัท อารียา พรอพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) ครั้งที่ 1/2557 ครบกำหนดไถ่ถอนปี พ.ศ. 2560
      • 2) หุ้นกู้ของ บริษัท อารียา พรอพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) ครั้งที่ 2/2557 ครบกำหนดไถ่ถอนปี พ.ศ. 2560 ที่ผู้ออกหุ้นกู้สามารถไถ่ถอนได้ ก่อนครบกำหนด
      • 3) หุ้นกู้ของ บริษัท อารียา พรอพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) ครั้งที่ 2/2558 ครบกำหนดไถ่ถอนปี พ.ศ. 2561 ที่ผู้ออกหุ้นกู้สามารถไถ่ถอนได้ ก่อนครบกำหนด

        รวมถึงบริษัทมีหน้าที่ตามข้อกำหนดสิทธิที่จะต้องดำรงหนี้สินสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นไว้ไม่ให้เกิน 3:1 เท่าเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ระบุไว้ในข้อ กำหนดสิทธิข้อ 6.2 หน้าที่ที่ผู้ออกหุ้นกู้ต้องปฏิบัติ ข้อ 6.2.11 เงื่อนไขทางการเงิน ระบุให้หนี้สินสุทธิที่นำมาคำนวณต้องหักด้วยเงินสดและรายการ เทียบเท่าเงินสด เงินลงทุนชั่วคราว และเงินฝากธนาคารที่มีภาระค้ำประกัน สำหรับหุ้นกู้ ได้แก่
      • 4) หุ้นกู้ของ บริษัท อารียา พรอพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) ครั้งที่ 1/2559 ครบกำหนดไถ่ถอนปี พ.ศ. 2562
      • 5) หุ้นกู้ของบริษัท อารียา พรอพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) ครั้งที่ 2/2559 ครบกำหนดไถ่ถอนปี พ.ศ.2563 ที่ผู้ออกหุ้นกู้สามารถไถ่ถอนได้ ก่อนครบกำหนด
      • 6) หุ้นกู้ของบริษัท อารียา พรอพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) ครั้งที่ 3/2559 ครบกำหนดไถ่ถอนปี พ.ศ.2562
      • 7) หุ้นกู้ของบริษัท อารียา พรอพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) ครั้งที่ 1/2560 ครบกำหนดไถ่ถอนปี พ.ศ.2563

      ณ วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2559 บริษัทดำรงอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้น เท่ากับ 2.79 เท่า (ตามหน้าที่ในข้อกำหนดสิทธิฯ ข้อ 6.2.11 สำหรับหุ้นกู้ข้อ 1) – 3) และ ได้ดำรงอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้น เท่ากับ 2.62 เท่า สำหรับหุ้นกู้ ข้อ 4) – ข้อ 6) ตามหน้าที่ในข้อกำหนด สิทธิฯ ข้อ 6.2.11)

      ส่วนหุ้นกู้ ข้อ 7) เป็นหุ้นกู้ที่ออกภายหลังวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2559 มีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดข้อ 6.2.11 เงื่อนไขทางการเงิน โดยระบุให้ หนี้สินสุทธิที่นำมาคำนวณต้องหักด้วยเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด เงินลงทุนชั่วคราว และเงินฝากธนาคารที่มีภาระค้ำประกัน เช่นเดียวกับ หุ้นกู้ตามข้อ 4) – ข้อ 6)

      อย่างไรก็ตามบริษัทมีมาตรการรองรับเพื่อรักษาอัตราส่วนหนี้สินรวมต่อส่วนของผู้ถือหุ้น และโครงสร้างเงินทุนให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมในระยะ เวลาอันใกล้ โดย

      1) ชำระคืนตราสารหนี้ระยะสั้น และ/หรือ ตราสารหนี้ระยะยาวทั้งจำนวนหรือบางส่วน โดยตราสารหนี้ระยะสั้นและตราสารหนี้ระยะยาวของบริษัท ที่จะครบภายใน 90 วันโดยมีรายละเอียดดังนี้

      1. ชำระตราสารหนี้ระยะสั้น จำนวน 758 ล้านบาท
      2. ชำระตราสารหนี้ระยะยาว จำนวน 1,500 ล้านบาท

      2) เร่งการขายและการโอนกรรมสิทธิ์โครงการสร้างเสร็จพร้อมโอนทั้งโครงการแนวราบและโครงการแนวสูง จำนวน 6,971 ล้านบาท ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2559 ด้วยการจัดโปรโมชั่นส่งเสริมการขายและประชาสัมพันธ์โครงการเพื่อให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้ามากขึ้น บริษัทคาดว่ามาตรการดังกล่าวจะ เพิ่มยอดรับรู้รายได้และกำไรบริษัทสูงขึ้นทำให้อัตราส่วนหนี้สินรวมต่อส่วนของผู้ถือหุ้นปรับตัวลดลงและโครงสร้างเงินทุนอยู่ในสัดส่วนที่เหมาะสม

CALL.1797
INDEX
CORPORATE
Company Profile
Vision & Mission
Organization Structure
Investor Relations
Classified
 
 
SINGLE HOME
Areeya Sawana Kaset - Nawamintr
Areeya Metro Kaset – Nawamintr
Areeya Bussaba Ladprao
 
 
TOWNHOME
Areeya Mandarina Sukhumvit77
Areeya ToBe Kaset - Nawamintr
Areeya Mova Kaset - Nawamintr
Daily Kaset - Nawamintr
The Colors Premium Kaset - Nawamintr
The Colors Premium Chaengwattana – Tiwanon
The Colors Premium Bangna
The Colors Premium Bangna Km.10
 
 
CONDOMINIUM
a space I.D. (Coming soon)
a space ME (Coming soon)
a space Sukhumvit 77
a space Asoke – Ratchada
a space Hideaway Asoke - Ratchada
a space Kaset
a space Play Ratchada – Sutthisan
 
 
© COPYRIGHT 2012, AREEYA PROPERTY PLC.